สมุนไพรแครอท

10 ก.พ.

แครอทเป็นพืชกินหัวที่มีปลูกมากในประเทศไทย และเป็นที่รู้จักกันมานานแล้ว แครอท เกิดในแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียกลาง ออกดอกราวเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ดอกแตกเป็นชั้นคล้ายร่ม ชั้นนอกสีชมพู ตรงกลางสีม่วงแดง แครอทสมัยโบราณมีเนื้อแข็ง เสี้ยนเยอะเหมือนไม้ สีของหัวแครอทมีตั้งแต่สีเหลืองไปจนถึงสีม่วง แต่แครอทสีส้มที่รับประทานกันอยู่ทุกวันนี้ เป็นแครอทที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์เมื่อศตวรรษที่ 18 นี้เอ

//

ชื่อวงศ์ (Family name) Umbelliferae
ชื่ออื่นๆ (Other Name) ผักกาดหัวเหลือง ผักหัวชี
ลักษณะทั่วไป แครอทเป็นไม้ล้มลุก อายุ 1 – 2 ปี หัวเป็นสีส้ม และมีสารแคโรทีนอยู่เป็นจำนวนมาก รากยาวเรียว ใบมีลักษณะเป็นฝอย
การขยายพันธุ์ ใช้เมล็ดปลูก

 

หัว ใช้รับประทานบำรุงสายตา แก้โรคตาฟาง นำคั้นจากหัวใช้ผสมกับนำมะนาว ทาเป็นยาบำรุงผิวหน้า ลบรอยเหี่ยวย่นบนหน้า ใช้เป็นยาขับปัสสาวะได้เพราะในหัวมีปริมาณเกลือโปแตสเซี่ยมสูง ใช้เป็นยาขับพยาธิไส้เดือน

แครอทเป็นพืชกินหัวที่มีปลูกมากในประเทศไทย และเป็นที่รู้จักกันมานานแล้ว แครอท เกิดในแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียกลาง ออกดอกราวเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ดอกแตกเป็นชั้นคล้ายร่ม ชั้นนอกสีชมพู ตรงกลางสีม่วงแดง แครอทสมัยโบราณมีเนื้อแข็ง เสี้ยนเยอะเหมือนไม้ สีของหัวแครอทมีตั้งแต่สีเหลืองไปจนถึงสีม่วง แต่แครอทสีส้มที่รับประทานกันอยู่ทุกวันนี้ เป็นแครอทที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์เมื่อศตวรรษที่ 18 นี้เอง

ในปี พ.ศ. 2510 สภาบันมะเร็งแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา พบว่าวิตามินเอที่ได้จากสัตว์ สามารถระงับมะเร็งในทางเดินหายใจในหนูทดลองได้ ในขณะนั้นยังไม่มีงานวิจัยว่าวิตามินเอของสัตว์และพืชชนิดใดให้ผลดีกว่ากัน เราได้รับวิตามินเอจากผักสีเขียว และพืชสีส้มเป็นหลักวิตามินเอที่ได้รับจากพืชคือ สารเบต้าแคโรทีน ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเองเมื่อเข้าไปอยู่ในร่างกายมนุษย์

ปี พ.ศ. 2524 ริชาร์ด ปีโต และคณะได้เขียนบทความลงในนิตยสารเนเจอร์ ว่าสารเบต้าแคโรทีน สามารถออกฤทธิ์ยับยั้งมะเร็งได้ ซึ่ง ดร. ริชาร์ด เชเคลล์ นักระบาดวิทยา มหาวิทยาลัยเท็กซัส ก็สนับสนุนความน่าเชื่อถือของข้อมูลนี้

นั้นหมายถึงว่าอาหารที่มีสารเบต้าแคโรทีน สามารถลดอุบัติการณ์โรคมะเร็งในปอดได้ แม้แต่ในผู้ที่สูบบุหรี่มาหลายปีแล้วก็ตาม นอกจากนี้ยังพบว่า คนที่ทานพืชผักที่มีแคโรทีนน้อยที่สุด จะเสี่ยงต่อมะเร็งในปอดเป็นเจ็ดเท่าของคนที่ทานมากที่สุด ในกลุ่มเบต้าแคโรทีนสามารถป้องกัน และยับยั้งมะเร็งในระยะต่างๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากให้กินเบต้าแคโรทีนขนาดสูง พร้อมกับฉายรังสี

“แครอท” นอกจากจะมีสาร “เบต้าแคโรทีน” ที่มีอำนาจยับยั้งเซลล์ของมะเร็งต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดีและช่วยให้ตับขับสารพิษออกจากร่างกายแล้ว ยังมีแคลเซียมเพคเตท ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล ลดการเกิดโรคหัวใจและภาวะหัวใจล้มเหลว ช่วยบำรุงเซลล์ผิวหนังและเส้นผมให้มีสุขภาพดี มีวิตามินเอสูง ช่วยลดการเสื่อมของตา เช่น ต้อกระจกมีสารต่างๆ ที่เป็นทั้งเกลือแร่และวิตามินอีกมากมาย เช่นธาตุแคลเซียม มีฟอสฟอรัส เหล็ก มีวิตามินเอ บี1 บี2 และวิตมินซี ดังนั้นสามารถที่จะทานบ่อยๆ ได้ แต่อาจทำให้มีผิวเหลืองจากสารเบต้าแคโรทีนได้

แครอท ไข และ เม็ดกาแฟ

10 ก.พ.

coffee bean egg

เรื่องเริ่มต้นจากลูกสาวพร่ำพรรณนากับแม่ ถึงความทุกข์ในชีวิตว่า เธอไม่รู้จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร

จะเดินหน้าต่อไปดีหรือกลับหลังหันและเลิกล้มดี เธอรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับมัน ดูเหมือนว่าปัญหาเกิดไม่มีที่สิ้นสุด

แม่ของเธอ พาเธอไปยังห้องครัว แล้วเตรียมน้ำใส่หม้อ 3 ใบ วางหม้อทั้ง 3 บนเตาไฟร้อนๆ สักครู่น้ำในหม้อก็เดือด

แม่ก็หยิบ แครอท ใส่ลงไปในหม้อที่ 1 หยิบ ไข่ ใส่ลงไปในหม้อที่ 2 และ หยิบ เมล็ดกาแฟ ใส่ลงไปในหม้อที่ 3 จากนั้นแม่ก็รอ ให้มันต้มต่อไป โดยไม่เอื้อนเอ่ยคำพูดใดใด

ลูกสาวเฝ้ารอด้วยใจที่ร้อนรน สงสัยว่าแม่กำลังจะทำอะไร 20 นาทีต่อมา แม่ของเธอก็ปิดเตาไฟ ช้อนแครอทออกจากหม้อใส่ชามไว้ ตักไข่ที่ต้มสุกลงในชามอีกใบ และกรองเมล็ดกาแฟออกเหลือไว้แต่น้ำกาแฟรินใส่ถ้วย

(สำนวนภาษาอังกฤษ การช้อน การนำขึ้นจากน้ำ ในลักษณะนี้ใช้ fish out เช่น She fished the carrot out and placed them in the bolw.)

แล้วแม่ก็หันมาถามลูกสาวว่า ” ลูกรัก เห็นอะไรบ้าง? ”

“แครอท ไข่ต้ม และ น้ำกาแฟ ค่ะ ” ลูกสาวตอบอย่างไม่ใส่ใจ

แม่ เรียกให้ลูกสาวมาดูใกล้ๆอีกนิดและบอกว่า “ลองจับ แครอท ดูสิ” ลูกสาวไม่ทันได้สังเกตว่า แครอท มันนิ่มขึ้น

แม่ขอให้ลูกสาวหยิบไข่ มาปอกเปลือกออก เธอก็เพียงเห็นไข่ต้มแข็งๆใบหนึ่ง

และท้ายสุด แม่ก็บอกให้เธอจิบกาแฟในถ้วย ลูกสาวเผยอรอยยิ้มเล็กน้อยหลังจากได้ลิ้มรสกาแฟที่หอมชุ่มคอ และเอ่ยถามแม่ว่า ” มันหมายความว่ายังงัยค่ะแม่ ? ”

แม่จึงเริ่มอธิบายให้ฟังว่า ” ของทั้งสามสิ่ง ล้วนเผชิญกับความทุกข์ นั่นก็คือ การถูกต้มด้วยน้ำร้อน แต่ปฏิกิริยาของมันต่างกัน

แครอท เดิมที่เคยแข็ง ทำอย่างไรก็ไม่มีทางอ่อนตัว แต่เมื่อถูกต้ม มันกลายเป็นของนิ่มและไม่กลับแข็งเหมือนก่อนอีก

ไข่ จากเดิมที่เปราะบางแตกง่าย มีเพียงเปลือกบางภายนอกช่วยปกป้องของเหลวภายใน ครั้นเมื่อถูกต้ม สิ่งที่อยู่ภายในกลับกลายเป็นก้อนแข็ง

เมล็ดกาแฟ มีลักษณะเฉพาะตัวของมัน เมื่อถูกต้ม มันเปลี่ยนน้ำที่ต้มมันอยู่ มันทำให้น้ำเปลี่ยนไป ”

” ลูกเป็นอย่างไหน ? ” คราวนี้แม่ถามขึ้นบ้าง

“แล้วลูกล่ะเมื่อความทุกข์หรือวิกฤติมาเยือน ลูกจะเตรียมรับมืออย่างไร ลูกจะเป็นแครอท ไข่ หรือ กาแฟ”?

เมื่อความทุกข์หรือวิกฤติมาเยือน สำนวนอังกฤษใช้ When adversity knockes on your door.

ถ้าเป็น “แครอท” แม้จะดูแข็งโป๊ก แต่เมื่อต้องเผชิญกับความทุกข์ยากนานาก็จะเฉา อ่อนแอ และสูญเสียเรี่ยวแรง และกำลังไป

หรือจะเป็น “ไข่” ซึ่งดูสามารถปรับสภาพได้ในตอนแรก แต่หลังจากที่ต้องเผชิญกับ การทดสอบ (Trial) ความเป็นความตาย การแตกแยก การหย่าร้าง แม้เปลือกภายนอกยังคงเดิม แต่หัวใจ และจิตวิญญาณของอาจปวดร้าว และแข็งแกร่งขึ้นก็เป็นไปได้

การทดสอบ (Trial) สำนวนอังกฤษใช้ It is a trail from god.

หรือเหมือน “เมล็ดกาแฟ” เมื่อเจอน้ำเดือดอันนำมาซึ่งความเจ็บปวด แต่ ณ อุณหภูมิสูงสุด 100 องศาเซลเซียส กาแฟสามารถเปลี่ยนแปลงน้ำร้อน (ความทุกข์ ) ให้มีรสชาติดีขึ้น หอมขึ้น หากเป็นดั่งกาแฟ เมื่อถึงภาวะที่เลวร้ายที่สุด นอกจากจะสามารถจัดการชีวิตตนเองได้แล้ว ยังสามารถทำสิ่งรอบข้างให้ดีขึ้นได้ด้วย… คล้ายกับการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส (Turn cirsis into oppertumity หรือ วิกฤติทำให้เกิดโอกาส Adversity present opportunity)

ผมเคยได้ยินสำนวนหนึ่งเกี่ยวกับความสุข เช่น

ความสุขที่สุดของมนุษย์ ไม่ใช่การมีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่มันขึ้นว่าการใช้หรือทำให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่คุณมีอยู่เป็นประโยชน์หรือทำให้คุณมีความสุขได้หรือไม่… มากกว่า(จะได้ทุกสิ่งทุกอย่าง)

มีสำนวนอังกฤษให้กำลังใจในบทเรียนนี้ที่สามารถนำไปใช้เพิ่มเติม เช่น

May you have enough happiness to make you sweet, enough trail to make you strong, enough sorrow to keep human and enough hope to make you happy.

นี่เป็นส่วนหนึ่งในบทเรียนภาษาอังกฤที่ผมได้เรียนรู้ จึงอยากนำมาฝาก

 

แครอทแก้มะเร็ง

10 ก.พ.

แครอทแก้มะเร็ง

หัวทรงรียาวมีเนื้อสีส้ม รสหวาน กรอบอร่อย ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Daucus carota มี

 ถิ่นกำเนิดอยู่แถบเอเชียตะวันออกและเอเชียกลาง มีทั้งแครอท ที่ปลูกทางเชียงใหม่ และแครอท

ออสเตเลีย ควรเลือกแครอทออสเตเลีย หัวตรงเพราะมีรสหวาน กลิ่นหอม มีสีส้มส้มสวย คุณค่าทางอาหารและสรรพคุณ

แค รอทมีวิตามินเอมากถึง 7,930 I.U. ช่วย บำรุงสายตา และผิวพรรณได้เป็นอย่างดี วิตามินเอจากสารเบต้าแคโรทีน

ยังทำหน้าที่เป็น แอนติออกซิแดนท์ป้องกันทั้งโรคมะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้

และยังช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย น้ำแครอท แครอทออสเตเลีย(หัวละ200-250กรัม) 3 หัว ล้าง

โดยใช้มือถูเปลือกจนสะอาด แล้วนำไปแช่ไว้ในตู้เย็นจนเย็น ใช่มีดปอกผลไม้ ปอกเปลือกออกบางๆ เพื่อความปลอดภัยจาก

ยาฆ่าแมลงที่ตกค้าง หั่นเป็นท่อนยาว ใส่ลงคั้นน้ำ ในเครื่องแยกกากแยกน้ำรินใส่แก้ว ดื่ม (จำนวน 1 แก้ว)

น้ำแครอทผสม แครอทออสเตเลีย(หัวละ200-250กรัม) 2 หัว บีทรูท (หัวละ80 กรัม) ½ หัว ผักกาดแก้วหัวเล็ก (300-350กรัม) 1 หัว นมสดชนิดพร่องมันเนย ½ ถ้วย ล้าง แครอทบีทรูทปลอกเปลือกหั่นท่อน คั้นน้ำแครอทน้ำบีทรูท

น้ำผักกาดแก้ว ด้วยเครื่องแยกกากแยกน้ำ นำมาผสมรวมกันในชามแก้ว เทใส่ลงในโถปั่น ใส่นมสด

ปั่นเข้ากันด้วยความเร็วต่ำ 1 นาที รินใส่แก้วดื่ม (จำนวน 1 แก้ว) ว่ากันว่า “แครอท” มีสารต้านมะเร็งอยู่ในตัวของมัน

แต่ว่าถ้าหากเราไม่รู้จักวิธีที่จะนำมารับประทานให้ถูกต้อง แครอทก็ไม่แตกต่างจากผักอื่นๆ ค่ะ

 ล่าสุดมีรายงานข่าวบอกว่า นักวิจัยแนะนำอย่าหั่นแครอทเป็นชิ้นๆ ก่อนปรุงอาหาร

 เพราะจะสูญเสียประสิทธิภาพของสารต้านมะเร็งที่อยู่ในแครอท นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล

พบว่า หากนำแครอทมาต้มก่อนหั่นเป็นชิ้น แครอทจะมีสาร “ฟอลคารินอล” ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็ง

มากกว่าหั่นเป็นชิ้นก่อนนำไปต้มถึง 25% สารฟอลคารินอลมีประโยชน์ในการต้านเซลล์มะเร็ง

 เพราะจากการทดลองกับหนูที่ให้กินสารชนิดนี้พบว่ามีพัฒนาการของเนื้อร้ายลดลง

ซึ่งผลการศึกษาจะเสนอต่อที่ประชุมโภชนาการและสุขภาพที่ประเทศฝรั่งเศส ดร.เคอร์สเทน

แบรนด์ท หัวหน้านักวิจัยจากคณะเกษตร อาหารและการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล

กล่าวว่า การหั่นแครอทเป็นชิ้นเพิ่มพื้นที่ผิว

ซึ่งจะทำให้สารอาหารถูกกรองทิ้งลงไปรวมกับน้ำในขณะประกอบอาหาร แต่ถ้าต้องการให้

สารอาหารเหล่านี้ยังคงมีอยู่อย่างเต็มที่ ก็จะต้องหั่นเป็นชิ้นหลังปรุงเสร็จแล้ว นักวิจัยระบุว่า หนูทดลอง

ที่กินอาหารซึ่งประกอบด้วยแครอท หรือสาร “ฟอลคารินอล” จะมีโอกาสน้อยลงถึง 30%

ที่เนื้อร้ายจะพัฒนาเป็นมะเร็งอย่างเต็มที่ นักวิจัยบอกด้วยว่า แครอทเมื่อถูกทำให้ร้อน ความร้อนจะฆ่าเซลล์

 ทำให้สูญเสียความสามารถที่จะเก็บน้ำไว้ภายใน แต่สาร “ฟอลคารินอล” จะมีความเข้มข้นขึ้น อย่างไรก็ตาม

ความร้อนทำให้ผนังเซลล์แครอทอ่อนนุ่ม ทำให้สารอาหารที่สามารถละลายได้ในน้ำ เช่น

 น้ำตาลและวิตามินซีสูญเสียไปทางพื้นผิวของเนื้อเยื่อ เช่นเดียวกับ “ฟอลคารินอล” ก็จะถูกกรองทิ้งออกไปด้วย

และถ้าเราหั่นแครอทก่อนนำมาประกอบอาหารก็จะยิ่งเพิ่มพื้นที่หน้าตัดของเนื้อเยื่อ การสูญเสียสารอาหารก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น

วิธีการปลูกแครอท

10 ก.พ.

แครอทเจริญได้ดี

ในดิน ละเอียด และร่วนซุย หน้าดินลึก มีอินทรีย์วัตถุสูง ระบายน้ำได้ดี ความเป็นกรด-ด่าง ของดิน 6.5-7.5

การปลูกในดินเหนียว หรือโครงสร้างดินแข็งจะทำให้หัวแตก มีรูปทรงผิดปกติ หาแปลง ปลูกมีความชื้นสูง

หัวจะมี่แผลสีดำ การใช้ประโยชน์และคุณค่าทางอาหาร แครอท เป็นพืชที่อุดมไปด้วยสาร Beta carotene

โดยเฉพาะบริเวณส่วนของเปลือกแก่ ซึ่งสามารถเปลี่ยน เป็นวิตามินเอสูง (11,000 IU) นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี 1 บี 2

และวิตามินบี วิตามินเอ ช่วยทำให้ร่างกาย มีภูมิต้านทานโรคหวัด ป้องกันมะเร็ง ป้องกันอาการผิดปกติ ในกระดูก

โรคผิวหนัง และรักษาสายตา แครอท นิยมรับประทานสด ในสลัด หรือนำมาประกอบอาหารชนิดอื่นๆ เช่น ผัด ต้มซุป

ใส่แกงจืด ใช้ทำส้มตำแบบมะละกอ คั้นสดรับประทาน เป็นน้ำเพื่อสุขภาพ

และช่วยเพิ่มสีสรรในจานอาหา การปฏิบัติดูแลรักษาแครอทในระยะต่างๆของการเจริญเติบโต การเตรียมดิน

ขุดดินตากแดด และโรยปูนขาวอัตราม 0-100 กรัม/ตร.ม. ไว้อย่างน้อย 14 วัน กำจัดวัชพืช ขึ้นแปลงกว้าง 1 ม.

การเตรียมกล้า ปลูกโดยหยอดเมล็ด การปลูก 1. ก่อนปลูกใส่ปุ๋ยสูตร 12-24-12 อัตรา 20-30 กรัม/ตร.ม.

ลงในดิน ปรับหน้าแปลงให้เรียบ 2. ขีดร่องลึก 1 ซม. ขวางแปลงห่างกันร่องละ 15 ซม. 3.

หยอดเมล็ดที่ละเมล็ดระยะห่าง 1 ซม. กลบเมล็ดแล้วรดน้ำให้ชุ่ม 4. การถอนแยก ครั่งที่ 1 หลังหยอดเมล็ด 15-20 วัน

(มีใบจริง 3-5 ใบ) เหลือระยะปลูก 3 ซม. ครั้งที่ 2 หลังหยอดเมล็ด30-35 วัน (มีใบจริง 8-9 ใบ) เหลือระยะปลูก 5-8 ใบ

ข้อควรระวัง ช่วงแรกระวังมดคาบเมล็ดหรือแมลงกัดกินเมล็ด การให้น้ำ หลังปลูกรดน้ำให้ชุ่ม และให้น้ำทุกวันสม่ำเสมอ แต่อย่าให้น้ำขัง หัวจะเน่า การให้ปุ๋ย

1. หลังถอนแยกครั้งที่ 1 ใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 30-50 กรัม/ตร.ม. พร้อมกำจัดวัชพืช

2. หลังการใส่ปุ๋ยครั้งแรก 15-20 วัน ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 ใช้สูตร 13-13-21 อัตรา 30-50 กรัม/ตร.ม. โรยในร่องลึก 2-3 ซม. ระหว่างแถวปลูก การเก็บเกี่ยว

 

1. เมื่อมีอายุได้ 100-120 วัน

2. เก็บเกี่ยวโดยการขุดเมื่ออายุและขนาดเหมาะสม

3. ล้างรากให้สะอาด ผึ่งให้แห้งระวังอย่าให้ผิวถลอก ข้อควรระวัง

 

1. การหยอดเมล็ดอย่าให้เมล็ดที่หยอดติดกัน ระยะห่างประมาณ 1 ซม.

2. ควรให้น้ำสม่ำเสมออย่าให้แฉะเกินไป โรคแมลงศัตรูที่สำคัญของแครอทในระยะต่างๆของการเจริญเติบโต

ระยะหยอดเมล็ด-ถอนแยก

ครั้งที่ 1 อายุ 15-20 วัน โรคใบจุด, โรคราแป้ง, โรครากปม, ระยะถอนแยก

ครั้งที่ 2 อายุ 30-35 วัน โรคใบจุด, โรคราแป้ง, โรครากปม, เสี้ยนดิน, ระยะลงหัว 35-100 วัน โรคใบจุด, โรคราแป้ง, โรครากปม, เสี้ยนดิน, โรคหัวเน่า, ระยะเก็บเกี่ยว 100-120 วัน โรคใบจุด, โรคราแป้ง, โรครากปม, เสี้ยนดิน, โรคหัวเน่า,

ที่มา: – คู่มือการปลูกผักบนพื้นที่สูง – สมุดบันทึกฝึกงาน แครอท : carrot ผัก

ลักษณะของแครอท

10 ก.พ.

แครอท อยู่ในวงศ์ Apiaceae (Umbelliferae) มี ถิ่นกำเนิด อยู่แถบเอเชียกลาง จนถึงทางตะวันออก

ต่อมาได้เผยแพร่เข้าไปใน ยุโรป และประเทศจีน แครอทเป็นพืชสองฤดู

โดยฤดูแรกเจริญทางต้น ใบ และราก ฤดูที่สองจะเจริญทางดอก และเมล็ด ลักษณะลำต้นเป็นแผ่นใบ จะเจริญจากลำต้น เป็นกลุ่มมีก้านใบยาว ประกอบด้วย เปลือกบาง(Periderm)

และส่วนของเนื้อ(Cortex) ซึ่งประกอบด้วยท่ออาหาร และเป็นแหล่งเก็บ

อาหารสำรอง ส่วนใหญ่อยู่ในรูป ของน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ 45-65% ของหัว

เนือสีขาว เหลือง ส้ม แดง ม่วงและดำ ส่วนของแกน(inner core) ประกอบด้วย ท่อน้ำ(xylem) และแกน(pith) แครอท สายพันธุ์ที่มีคุณภาพสูง

 จะมีแกนขนาดเล็ก และมีสีเดียว กับเนื้อหรือมีส่วนของเนื้อ มากกว่าส่วนของแกน

 การปลูกฤดูที่สองเพื่อผลผลิตเมล็ดพันธุ์ลำต้นจะยืดตัว สร้างก้านดอกยาว 2-4 ฟุต บนยอดมีช่อดอก

 ซึ่งช่อแรกจะเจริญ จากส่วนกลางของลำต้น ต่อจากนั้นช่ออื่นๆ จะเจริญตาม การผสมเกสรจะเป็น

แบบผสมข้าม ส่วนใหญ่ แมลงเป็นตัวช่วยผสมเกสร สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แครอทเจริญได้ดีในเขตหนาว

โดยทั่วไปอุณหภูมิ ที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโต อยู่ระหว่าง 25-28′C หากอุณหภูมิสูงกว่า 28′C

จะทำให้การเจริญทางใบลดลง สำหรับอุณหภูมิ ที่เหมาะสมต่อการเจริญของหัวอยู่ระหว่าง 18-21′C

หากมีความแตกต่างของอุณหภูมิ ระหว่างผิวดิน และระดับดินที่ลึกลงไป 10-15 เซนติเมตรมาก จะทำให้รูปทรงของ

หัว ไม่สม่ำเสมอ แครอทเป็นพืชที่ต้องการแสงมาก โดยเฉลี่ยวประมาณ 9-14 ชั่วโมง/วัน แครอทเจริญได้ดี

ในดิน ละเอียด และร่วนซุย หน้าดินลึก มีอินทรีย์วัตถุสูง ระบายน้ำได้ดี ความเป็นกรด-ด่าง ของดิน 6.5-7.5

การปลูกในดินเหนียว หรือโครงสร้างดินแข็งจะทำให้หัวแตก มีรูปทรงผิดปกติ หาแปลง ปลูกมีความชื้นสูง

หัวจะมี่แผลสีดำ การใช้ประโยชน์และคุณค่าทางอาหาร แครอท เป็นพืชที่อุดมไปด้วยสาร Beta carotene

โดยเฉพาะบริเวณส่วนของเปลือกแก่ ซึ่งสามารถเปลี่ยน เป็นวิตามินเอสูง (11,000 IU) นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี 1 บี 2

และวิตามินบี วิตามินเอ ช่วยทำให้ร่างกาย มีภูมิต้านทานโรคหวัด ป้องกันมะเร็ง ป้องกันอาการผิดปกติ ในกระดูก

 โรคผิวหนัง และรักษาสายตา แครอท นิยมรับประทานสด ในสลัด หรือนำมาประกอบอาหารชนิดอื่นๆ เช่น ผัด ต้มซุป

 ใส่แกงจืด ใช้ทำส้มตำแบบมะละกอ คั้นสดรับประทาน เป็นน้ำเพื่อสุขภาพ

และช่วยเพิ่มสีสรรในจานอาหา การปฏิบัติดูแลรักษาแครอทในระยะต่างๆของการเจริญเติบโต การเตรียมดิน

ขุดดินตากแดด และโรยปูนขาวอัตราม 0-100 กรัม/ตร.ม. ไว้อย่างน้อย 14 วัน กำจัดวัชพืช ขึ้นแปลงกว้าง 1 ม.

การเตรียมกล้า ปลูกโดยหยอดเมล็ด การปลูก 1. ก่อนปลูกใส่ปุ๋ยสูตร 12-24-12 อัตรา 20-30 กรัม/ตร.ม.

 ลงในดิน ปรับหน้าแปลงให้เรียบ 2. ขีดร่องลึก 1 ซม. ขวางแปลงห่างกันร่องละ 15 ซม. 3.

แครอท♥

13 ม.ค.

ประโยชน์ของแครอท

อาหารเพื่อสุขภาพวันนี้ เราจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับ “ประโยชน์ของแครอท”  ประโยชน์ของแครอทมีหลายอย่าง ถ้าคุณเป็นคนรักสวยรักงามและไม่อยากแก่ก่อนวัย แครอทสามารถช่วยคุณได้ แต่ทานแครอทเท่าไรหล่ะถึงจะพาต่อความต้องการของร่างกาย  อาหารเพื่อสุขภาพก็มีคำตอบมาให้เพื่อน ๆ ตามอาหารเพื่อสุขภาพมาเลย

แครอท

  • แครอทเป็นผักหัว มีฤทธิ์เย็น แครอทยังมีวิตามินหลายอย่างเช่น วิตามินซี โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และที่สำคัญแครอทมีเบต้าแคโรทีนสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอทันที่ที่เราทาน แครอทเข้าไป

ประโยชน์ของแครอท : สรรพคุณของแครอท

  • สร้างภูมิต้านทาน

วิธีทำ นำแครอตมาใส่เครื่องปั่นแยกกาก และดืมเฉพาะน้ำแครอทเท่านั้น ดื่มวันละ 1 แก้วต่อวัน นอกจาำกช่วยสร้างภูมิต้านทานแล้วยังช่วยให้นอนหลับสนิทอีกด้วย

  • บำรุงสายตา

วิธีทำ  เอาแครอตมาขูดให้เป็นเส้น ๆ แล้วนำไปผัดกับไข่ ทานเป็นประจำ จะช่วยบำรุงสายตาและบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดี

  • ลดคอเสเตอรอล ต้านมะเร็ง

วิธีทำ ทานแครอตสดวันละ 2  หัวเป็นประจำทุกวัน จะช่วยลดคอเสเตอรอลประมาณ 20 % และสามารถช่วยป้้องกันการเกิดเซลล์มะเร็งได้

– ประโยชน์ของแครอท นอกจากที่อาหารเพื่อสุขภาพได้ บอกไปแล้วนั้น ในแครอทก็ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอความชราได้แถมยังทำให้ผิวหนังของเราเปล่งปลั่งเหมือนหนุ่ม ๆ สาว ๆ อีกด้วย

ใบงานที่ 2

6 ม.ค.

ชื่อ นางงสาวณรัณนันท์ ยุทะวีร์กิตติทัต ชั้น ม.4/2 เลขที่ 28

1. ชื่อเรื่อง แครอท

2.หน้าที่ 1 หลักการ / เหตุผล หรือแรงจูงใจ

(อยากรู้ถึงคุณสมบัติและประโยชน์ของแครอท)